การตรวจสอบทบทวน
ในการเขียนแผนจัดการเรียนรู้ขั้น การออกแบบการเรียนการสอนที่เป็นสากล
ปฏิบัติการเขียนแผน จัดการเรียนรู้ด้วยเขียนแผนการสอนตามรูปแบบ the STUDIES Model ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่สอดคล้อง
กับสาขาวิชาเอกที่เรียน โดยกําหนดสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้และจัดหาหรือผลิตสื่อการเรียนรู้ประกอบบทเรียน
การออกแบบที่เป็นสากลในการเรียนการสอน (Universal Design for Instruction :UDI)
การนําแนวคิด UD มาใช้โดยเป็นการประยุกต์เพื่อการตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนที่มี
ความต้องหลากหลาย โดยมีหลักการว่า UD นั้นต้องอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจว่า
ผู้เรียนแต่ละคนมี ลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน และมีความต้องการที่แตกต่างกันด้วย
ซึ่งการนํา UD ไปใช้ในการศึกษากเพื่อ
สร้างสรรค์สภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้เรียนในแต่ละคน
และส่งเสริมให้ ผู้เรียนได้พัฒนาความสามารถของตนเองได้เต็มที่ตามศักยภาพ (Eagleton, 2008)
รูปแบบ the STUDIES Model
รูปแบบ The STUDIES Model มี 7
ขั้นตอน ดังรายละเอียดต่อไปนี้
S
: กําหนดจุดหมายการเรียนรู้ (Setting learning
goals) การกําหนดจุดหมายการเรียนรู้ ผู้เรียนต้อง
ระบุจุดหมายการเรียนรู้(goals) ด้วยการระบุความรู้และการปฏิบัติ
โดยการระบุ ความรู้ในรูปของสารสนเทศ (declarative knowledge) และระบุทักษะ การปฏิบัติ หรือกระบวนการ(procedural
knowledge) จุดหมาย การเรียนรู้ไม่ได้ถูกจํากัดด้วยจํานวนของบทเรียน
ปริมาณเนื้อหาสาระหรือความรู้สูงสุด แต่หมายถึงความ
คาดหวังที่จะเรียนรู้ต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งและเจตนาที่จะให้ผู้เรียนแสดงถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้
T
: วิเคราะห์ภาระงาน (Task Analysis) ศึกษาข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้ได้ ความรู้ (knowledge) ทักษะ (Skill) และเจตคติ(Attitude) ที่เกี่ยวข้อง
เพื่อการอธิบายภาระงานหรือกิจกรรมที่ช่วยนําทางผู้เรียนไปสู่ จุดหมายการเรียนรู้
การวิเคราะห์งานจะเขียนแสดงความสัมพันธ์ด้วย KSA diagram คือ Knowledge-Skill
Attitudes
U
: การออกแบบการเรียนการสอนที่เป็นสากล (Universal
Design for Instruction UDI) เป็นการ
ออกแบบการสอนที่ครูมีบทบาทเป็นผู้ดําเนินการเชิงรุก (proactive) เกี่ยวกับการผลิตและหรือจัดหาจัดทําหรือ ชี้แนะผลิตภัณฑ์การศึกษา(educational
products (computers, websites, Software, textbooks, and lab equipment) และสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้(dormitories, classrooms, student union
buildings, libraries, and distance learning courses) ที่จะระบุถึงในทุกขั้นตอนของการเรียนการสอน
D
: การเรียนรู้จากสื่อดิจิทัล (Digital Learning) การเรียนรู้จากสื่อดิจิทัลเป็นการเรียนรู้ผ่านเครือข่าย เช่น
เครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social networking) การแชร์ภาพ
และการใช้อินเทอร์เน็ตแบบเคลื่อนที่ เป็นต้น
การเรียนรู้จากสื่อดิจิทัลมีนัยมากกว่าการรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
แต่ยังครอบคลุมถึงประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับเนื้อหา(content) จริยธรรม สังคม และการสะท้อน (Reflection) ซึ่งฝังอยู่ในการเรียนรู้
การทํางาน และชีวิตประจําวัน
I
: การบูรณาการความรู้ (Integrated Knowledge) การเชื่อมโยงความรู้ที่เกี่ยวข้องภายในศาสตร์ ต่าง ๆ
ของรายวิชาเดียวกันหรือหลากหลายวิชาเพื่อให้ผู้เรียนสามารถนําความรู้ไปใช้ในชีวิตจริง
ในการ จัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ (Integrated learning Management) เป็นกระบวนการจัดประสบการณ์โดย เชื่อมโยงสาระความรู้ของศาสตร์ต่าง ๆ
ที่เกี่ยวข้องให้ผู้เรียนได้รับความรู้ ทักษะ และเจตคติ
E
: การประเมินเพื่อปรับปรุงการสอน (Evaluation to
Improve Teaching) การประเมินการเรียนรู้ ของตนเอง
โดยกําหนดค่าคะแนนจากการวิเคราะห์การประเมินการเรียนรู้ด้านความรู้ (Cognitive
Domain) ของบลูม (Bloom's Taxonomy) การประเมินตามสภาพจริงและการประเมินจากแฟ้มสะสมงาน เป็นการ
ตรวจสอบการบรรลุจุดหมายการเรียนรู้
S
: การประเมินอิงมาตรฐาน (Standard Based Assessment
) การประเมินคุณภาพการเรียนรู้ อิงมาตรฐาน โดยใช้แนวคิดพื้นฐาน
โครงสร้างการสังเกตผลการเรียนรู้ (Structure of Observed Learning Outcomes
: SOLO Taxonomy) มากําหนดระดับคุณภาพผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
เป็นการตรวจสอบคุณภาพ การเรียนรู้
รวมถึงมาตรฐานการประเมินคุณภาพภายในและการประเมินคุณภาพภายนอก
แผนการจัดการเรียนรู้
รายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ว13101
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
หน่วยที่ 1 ชีวิตสัมพันธ์
เรื่อง การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม จำนวน 2 ชั่วโมง
............................................................................................................................................................................................
ตัวชี้วัด
ว 1.2 ป.3/1 อภิปรายลักษณะต่าง ๆ
ของสิ่งมีชีวิตใกล้ตัว
ว 1.2 ป.3/2
เปรียบเทียบและระบุลักษณะที่คล้ายคลึงกันของพ่อแม่กับลูก
ว
1.2 ป.3/3
อธิบายลักษณะที่คล้ายคลึงกันของพ่อแม่กับลูกว่าเป็นการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม
และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์
ว 8.1 ป.3/1
ตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่จะศึกษาตามที่กำหนดให้และตามความสนใจ
ว
8.1 ป.3/2 วางแผนการสังเกต
เสนอวิธีสำรวจตรวจสอบ ศึกษาค้นคว้า โดยใช้ความคิดของตนเอง ของกลุ่ม
และคาดการณ์สิ่งที่จะพบจากการสำรวจตรวจสอบ
ว 8.1 ป.3/3 เลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์
เครื่องมือที่เหมาะสมในการสำรวจตรวจสอบ และบันทึกข้อมูล
ว
8.1 ป.3/4 จัดกลุ่มข้อมูล
เปรียบเทียบกับสิ่งที่คาดการณ์ไว้และนำเสนอผล
ว
8.1 ป.3/5
ตั้งคำถามใหม่จากผลการสำรวจตรวจสอบ
ว
8.1 ป.3/6 แสดงความคิดเห็นและรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มนำไปสู่การสร้างความรู้
ว
8.1 ป.3/7 บันทึกและอธิบายผลการสังเกต
สำรวจตรวจสอบตามความเป็นจริงมีแผนภาพประกอบคำอธิบาย
ว
8.1 ป.3/8 นำเสนอ จัดแสดงผลงาน
โดยอธิบายด้วยวาจา และเขียนแสดงกระบวนการ
สาระสำคัญ
ผู้เรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับ ความหมายของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม
และ ตัวอย่างลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต โดยศึกษาด้วยการใช้วิธีการสืบสอบ
รูปแบบวงจร การเรียนรู้ 5E เน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลาง และการใช้คำถาม และประเมินตามสภาพจริง
สาระการเรียนรู้
การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม หมายถึง
การถ่ายทอดลักษณะบางอย่างของสิ่งมีชีวิตจากพ่อแม่สู่ลูก
ซึ่งลักษณะบางอย่างที่ได้รับการถ่ายทอดอาจเหมือนหรือแตกต่างจากพ่อแม่
การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของมนุษย์ สังเกตได้จากลักษณะต่าง ๆ ของมนุษย์ ดังนี้
สมรรถนะที่สำคัญของผู้เรียน
1.
ความสามารถในการสื่อสารการอ่าน การเขียน การอธิบาย การพูดหน้าชั้นเรียน
2. ความสามารถในการคิด การสังเกต
การจำแนกประเภท การคิดวิเคราะห์ การจัดระบบความคิดเป็นแผนภาพ การสร้างคำอธิบาย การสื่อความหมาย
การสืบค้นโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต การแสวงหาความรู้เกี่ยวกับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของครอบครัว
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1. ซื่อสัตย์
2. มีวินัย
3. ใฝ่เรียนรู้
4. มุ่งมั่นในการทำงาน
จุดประสงค์การเรียนรู้สู่ตัวชี้วัด
1. สืบค้นลักษณะการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของพ่อแม่สู่ลูก
(P)
2.
บอกความหมายของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมได้ (K)
3.
ยกตัวอย่างลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตได้ (K)
4.
อธิบายลักษณะที่ถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูกได้ (K)
5.
เป็นคนช่างสังเกต ช่างคิดช่างสงสัย
และเป็นผู้ที่มีความกระตือรือร้นในการเสาะแสวงหาความรู้ (A)
กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นที่
1 สร้างความสนใจ
(engagement)(5 นาที)
1. ครูแสดงภาพสัตว์ที่เป็น แม่ ลูก (ยกตัวอย่างภาพสุนัขพ่อ
แม่ ลูก) ให้นักเรียนพิจารณาประกอบ การใช้คำถามเพื่อกระตุ้นความสนใจของนักเรียน
ดังนี้
1.1
นักเรียนคิดว่าสุนัขในภาพน่าจะมีความสัมพันธ์กันอย่างไร เพราะเหตุใดจึงคิดเช่นนั้น
(เป็นพ่อ แม่ ลูกกัน เพราะสุนัขมีสีเหมือนกัน ลักษณะหน้าตาคล้ายกัน
รูปร่างคล้ายกัน)
1.2 ลักษณะที่ปรากฏกับลูกสุนัขมาจากไหน
(มาจากพ่อและแม่ของสุนัข)
2.
ครูตรวจสอบความรู้เดิมของนักเรียนเกี่ยวกับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม
โดยให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยใช้คำถาม ดังนี้
2.1 นักเรียนมีลักษณะใดเหมือนพ่อบ้าง
(ตามประสบการณ์การเรียนรู้ของผู้เรียนและดุลยพินิจของครูผู้สอน)
2.2
นักเรียนมีลักษณะใดเหมือนแม่บ้าง(ตามประสบการณ์การเรียนรู้ของผู้เรียน
และดุลยพินิจของครูผู้สอน)
2.3
นักเรียนมีลักษณะทางพันธุกรรมเหมือนหรือแตกต่างจากพ่อแม่(มีทั้งเหมือนและแตกต่างจากพ่อแม่
แต่ลักษณะที่แตกต่างไปจากพ่อแม่อาจมีลักษณะที่ถ่ายทอดมาจากปู่ ย่า ตา ยายได้)
2.4
ลักษณะทางพันธุกรรมคืออะไร(ลักษณะของสิ่งมีชีวิตที่สามารถถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูก
เช่น สีตา สีผม ความสูง สีผิว)
2.5 การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมหมายถึงอะไร(การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม
หมายถึง การถ่ายทอดลักษณะบางอย่างของสิ่งมีชีวิตจากพ่อแม่สู่ลูก)
3.
ให้นักเรียนตอบคำถามลงในกระดาษที่ครูเตรียมให้ จากนั้นครูกล่าวว่า
วันนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมกัน
ขั้นที่
2
สำรวจและค้นหา (exploration)(20 นาที)
1. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 4 กลุ่ม
จากนั้นให้นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาและสืบค้นความหมายของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม
และลักษณะทางพันธุกรรมของมนุษย์ที่สามารถถ่ายทอดได้ จากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น
อินเทอร์เน็ต
2. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม
ออกแบบและนำผลการสืบค้นมาจัดทำในรูปแบบแผนภาพให้น่าสนใจ
ขั้นที่
3 อธิบายและลงข้อสรุป
(explanation)(20 นาที)
1.
ให้ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลการสืบค้นหน้าชั้นเรียน
เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน
2.
ให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายผลการนำเสนอของแต่ละกลุ่มในประเด็น ดังนี้
-
ความเหมือนและความแตกต่างเกี่ยวกับความหมาย
และลักษณะการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของมนุษย์
3. ครูอธิบายเพิ่มเติม
แล้วชมสื่อดิจิตอลเสริมการเรียนการสอน 8 สาระของทรูปลูกปัญญา ชั้นประถมศึกษาปีที่
3 ทำไมลูกจึงเหมือนพ่อแม่
4.
ให้นักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับความหมายของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม
และลักษณะทางพันธุกรรมของมนุษย์ที่สามารถถ่ายทอดได้
ให้ได้ประเด็นตามจุดประสงค์การเรียนรู้
ขั้นที่
4 ขยายความรู้ (elaboration)(10 นาที)
1. ให้นักเรียนสืบสอบและเขียนแผนภาพ
การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของครอบครัวของฉัน จัดทำเป็นชิ้นงานให้ได้ลักษณะ
ดังนี้
ขั้นที่
5 ประเมิน (evaluation)(5 นาที)
1. ให้นักเรียนประเมินผลตนเองโดยพูดแสดงความรู้สึกหลังการเรียนในประเด็น
ดังนี้
1.1
สิ่งที่ได้จากการเรียน
1.2
สิ่งที่ประทับใจในการเรียน
1.3
สิ่งที่ต้องการทราบเพิ่มเติม
2. ครูประเมินการเรียนรู้ของนักเรียน
ดังนี้
สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนขณะทำงานร่วมกัน
สังเกตการตอบคำถามของนักเรียนในชั้นเรียน
ศึกษาผลการประเมินตนเองของนักเรียนจากการพูดแสดงความรู้สึกหลังเรียน ประเมินการสืบค้น
ประเมินแผนภาพ และประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยใช้แบบประเมินตามสภาพจริง